Thursday, November 1, 2012

หาที่นอนแถวสนามบินนาริตะ

(via thekevinchang)
ได้ตั๋วโปรโมชั่นบินแอร์เอเชียรอบ 7 โมงเช้าออกจากนาริตะมาค่ะ
ตอนแรกก็ใจเย็น นาริตะออกจะใหญ่ น่าจะมีรถมีรถไฟวิ่งแต่เช้าตรู่บ้างละ
พอลองเช็คข้อมูล กลายเป็นว่ารถไฟเที่ยวแรกสุดไปไม่ทัน
ส่วนรถเมล์ ไปเจอแบบถูกๆขาไปขาเดียวราคาประมาณ 900 เยน 
ตารางรถเมล์เคย์เซย์ http://www.keiseibus.co.jp/kousoku/day/nrt16_tm.html

แต่กลายเป็นว่าวิ่งจากสถานีโตเกียวรอบตีสี่ครึ่งบ้าง ตีห้าครึ่งบ้าง
ออกชั่วโมงละคันแบบนี้ ถ้าตกรอบไหนไปก็เสี่ยงตกเครื่องบิน
อีกอย่างถ้าจะให้ไปเตร่รอแถวสถานีโตเกียวก็แลดูจะหาที่สิงยาก
พวกเราเลยลดช้อยลงมาให้เหลือแค่

1. นอนเน็ตคาเฟ่ แถวๆสนามบิน
2. นอนที่สนามบินไปเลย

เป็นการตัดสินใจที่ไม่ยากมาก เพราะตั้งใจอยากไปลองนอนเน็ตคาเฟ่อยู่แล้วค่ะ
แต่จริงๆแล้วไปนอนที่สนามบินก็เป็นช้อยที่น่าสนใจ เพราะจะประหยัดอะไรไปได้หลายๆอย่าง
ทางเว็ป Sleeping in Airport (บร๊ะเจ้า ไม่นึกว่าจะมีเว็ปแบบนี้ด้วย)
ก็บอกว่านาริตะนอนได้ รุ่นพี่ที่เคยนอนก็บอกว่านอนได้ แต่จะมีเจ้าหน้าที่เดินมาถามบ้าง
มาขอดูบัตรบ้าง เท่านั้น

กลับมาที่เน็ตคาเฟ่ หลังจากลองๆเช็คดูแล้วพบว่า ร้านไคคัทสึ (快活クラブ) สาขาหน้าสถานีนาริตะนั้น
  • ห่างจากสนามบิน 8 กิโล นั่งแท๊กซี่กันไปได้เลย (หมดไปประมาณ 2,700 เยน)
  • มี package Shinya (深夜) ถ้าเข้าหลัง2ทุ่ม เสีย 1,200 เยน ต่อแปดชั่วโมง ไม่รวมค่าสมัครแรกเข้าอีก 350 เยน
  • มีที่นั่งแบบนอนได้ทั้งตัว (フルフラットシート)
  • มีที่อาบน้ำ เสียประมาณ 300 เยน (ที่สนามบินอาบน้ำครั้งละ พันกว่าเยน)
เลยตัดสินใจไปค่ะ แล้วก็ไม่ผิดหวังเลย มีห้องหลายแบบให้เลือก มี Drink Bar กดน้ำหลากหลากชนิดกินได้ไม่อั้น มีชั้นหนังสือการ์ตูนเปรียบดังร้านเช่าการ์ตูน นิตยสารอีกมากมาย และที่สำคัญมีผ้าหม่ฟรี! ห้องส่วนตัวพร้อมคอมพิวเตอร์เน็ตความเร็วสูง ติดแค่ที่แคบไปนิด แต่ก็เข้าใจเลยว่าทำไมเวลาคนญี่ปุ่นเค้าหาที่พักคนเดียวง่ายๆแถวๆโตเกียว เค้าเลือก net cafe มากกว่าโรงแรม Hostel กัน

คราวหน้า ถ้าจะหาที่ไม่แพงสิง แบบไม่เน้นการพักผ่อน เน็ตคาเฟ่ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลยล่ะค่ะ

Thursday, February 16, 2012

ตามหาความฝันที่ Shirakawago


เคยมีความฝันก่อนมาญี่ปุ่นว่าจะต้องไปเยือนหมู่บ้านชิราคาว่าโกะ(หรือที่เรียกกันว่าหมู่บ้านยูเนสโก)ให้ได้ แต่พออยู่ญี่ปุ่นมาค่อนสามปีก็หมดแรงหมดเงินเที่ยว... ได้ฤกษ์หยุดปีใหม่ที่ผ่านมาเลยตัดสินใจจัดทริปไปบุกแดนที่ตัวเองเคยฝันอยากไปซักทีค่ะ


1.แผนการเที่ยวแบบBudget (เริ่มและจบที่นาโกย่า)
หมายเหตุหนึ่ง แผนการนี้สำหรับคนที่ไม่ใช้ JR Pass 
หมายเหตุสอง หากไปชิราคาว่าโกะหน้าหนาว มีหิมะ แนะนำให้หารองเท้ากันน้ำ หรือหาซื้อสะเปรยฉีดรองเท้ากันน้ำ มิฉะนั้น รองเท้าจะเปียกเฉอะแฉะ

วันแรก
  • 9.00-11.50 นั่งรถเมล์จากนาโกย่าไปชิราคาว่าโกะ (Gifu Bus: 058-240-0489) 3,000 or 3,500 yen
  • 14.00* OR 15.00 OR 16.00 OR 17.20* นั่งรถเมล์จากชิราคาว่าโกะไปทาคายาม่า หนึ่งชั่วโมง (Nouhi Bus) *Reservation required 2,400 yen
  • พักทาคายาม่าหนึ่งคืน (Low cost @J-Hoppers  or @Sakura Guesthouse) ประมาณ 3,000 yen

วันที่สอง
  • ตอนเช้า: เที่ยวทาคายาม่า หรือ เที่ยวเมืองฟุรุคาว่าข้างบนทาคายาม่า(เป็นเมืองที่คล้ายๆกับทาคายาม่าแต่มีปลาทองว่ายอยู่ในคูน้ำในฤดูที่ไม่หนาว)
  • ใช้บัตร Seishun 18 Kippu ชื่อเล่นว่าบัตรวัยรุ่น18 (2,300 yen) นั่งลงมาที่สถานีเกโระ แวะเข้าออนเซ็น (สำหรับผู้คิดจะใช้บัตรวัยรุ่น18 นั้น รอบรถไฟธรรมดาจากทาคายาม่าลงมานาโกย่ามีน้อยมาก กรุณาระวัง พวกเราพลาดรอบสิบโมงต้องรอขึ้นบ่ายสองท่ามกลางพายุหิมะ แต่ผู้ถือ JR Pass ไม่ต้องห่วง รถไฟExpressมีเยอะ) จริงๆแล้วถ้าไม่คิดจะแวะเกโระก็น่านั่งรถเมล์กลับลงมาเลย
  • เย็นๆดึกๆ กลับถึงนาโกย่า
งบเดินทางและที่พัก = 10,700 เยน
สำหรับวิธิเดินทางไปกลับชิราคาว่าโกะจากจังหวัดอื่น ดูที่เจแปนไกด์ได้ค่ะ

จริงๆถ้าจะไปชิราคาว่าโกะหน้าหนาว น่าไปดู Light up ตอนกลางคืน ซึ่งปี 2012 จัดวันที่ 21, 28 มกรา 4, 5, 11, 12, 18 กุมภา 17.30-19.30

2. เดินทางไปหมู่บ้านชิราคาว่าโกะ
ไปนั่งรถเมล์ที่ตึก Meitetsu Bus Center ออกเดินทางสู่ชิราคาว่าโกะ จำได้ว่าตอนโทรไปจองรถเมล์เค้าให้ใช้เบอร์โทรเป็นที่เบอร์จอง ไปถึงก็ไปเค้าท์เตอร์บอกเบอร์ พี่พนักงานก็ออกตั๋วให้
ซื้อเทนมุสุ (天むす) ของดังนาโกย่า (คอมเฟริมโดยสาวเมได)

ระหว่างทาง เริ่มเห็นหิมะ

ถึงแล้ว !

แหงนหน้าขึ้นไปก็เห็นต้นหิมะ
ก่อนอื่นก็เช็คเวลากลับ แต่ไม่อยากรีบเดินเลยตัดสินใจไม่จอง

ตารางราคารถเมล์ ไปทาคายาม่าตั้ง 2400 เยน!



คลิกเพื่อดูและปรินต์แผนที่
3.พิพิธภัณฑ์ Heritage 
ค่าเข้าชม 500 เยน แต่คุ้มมาก เพราะได้แวะเข้าบ้านโบราณหลายหลัง ใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ
ทางเข้าพิพิธภัณฑ์
เปลี่ยนรองเท้าก่อนเข้า ถึงตอนนี้รองเท้าที่ตัวเองใส่อยู่เปียกเพราะหิมะไปหมดแล้ว...

เข้ามาแล้ว มีบ้านหลายหลังให้เข้า

ข้างในบ้านแต่ละหลังถูกทำเป็น exhibition
บางหลังก็ยังคงสภาพด้านในไว้


หิมะสว่างจนแสบตาเลย


มีหลังหนึ่งทำเป็นร้านอาหารให้เข้าไปดื่มชา ซดซุปด้วย
แอบมองผ่านหน้าต่างออกมาก็เจอวิวสวย
4. สู่จุดชมวิว
ออกมาจากพิพิธภัณฑ์ แล้วเดินข้ามสะพานแขวน

ซื้อโคโคะเกะใส้เนื้อฮิดะระหว่างทาง
ทางขึ้นจุดชมวิวค่ะ เป็นทางที่น่ากลัวนิดหน่อย จริงๆแล้วมีทางถนนแต่พวกเราตัดสินใจเลือกทางลัด
ค่อยๆเดิน ประมาณ 20 นาที
ระหว่างทางก็เริ่มเห็นวิว
มุมจุดชมวิว
สรุป รองเท้าไม่เหลือสภาพภายในสามชั่วโมง...
ขากลับ เผอิญเจอเพื่อนของเพื่อนมาเที่ยวเลยติดรถพวกเค้าไปลงที่ทาคายาม่าค่ะ โชคดีมากมาย คราวหน้าถ้ามีโอกาสอีกอยากมาแวะเมืองนี้อีกครั้งในหน้าร้อนค่ะ ว่าแต่... ทำไมถึงเจอนักท่องเที่ยวคนไทยเยอะขนาดนี้ ไม่นึกเลยว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮ็อตฮิท

Friday, May 6, 2011

โนโกโนชิม่า เกาะเล็กๆกลางใจเมืองฟุกุโอกะ

ปลายเดือนมีนาถึงเมษา คือช่วงเวลาที่ฟุกุโอกะเริ่มสลัดความหนาว
ฤดูของซากุระมาแล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว
แต่ดอกไม้มากมายยังคงแข่งกันบานอยู่บนเกาะเล็กๆเกาะนี้
โนโกโนชิม่าตั้งอยู่ในอ่าวฮากาตะ
เมื่อใดที่มองออกไปทางทะเลก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมอง
เฝ้ามองกันมานานก็ได้มีโอกาสไปก่อนฤดูใบไม้ผลิจะหมดไปอีกปี

การเดินทางไปเกาะโนโกโนชิม่านั้นสะดวกมาก
จะต่อรถเมล์จากเทนจินไปท่าเรือเมะโนฮาม่า (สาย300, 301, 302 or 304)
หรือนั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานีเมะโนฮาม่าแล้วต่อรถเมล์
(สายShowa ไปลงสุดสายที่มาริโนอาแล้วเดินต่อไปอีกสิบห้านาที)
หรือแท็กซี่ไปท่าเรือก็ได้ ปกติเรือจะออกจากท่า
ทุกๆหนึ่งชั่วโมง และใช้เวลาเดินทางเพียงสิบนาทีเท่านั้น

ท่าเรือไปเกาะ

ตารางเวลาเรือออก ด้านซ้ายออกจากเมะโนะฮาม่า ด้านขวาออกจากเกาะโนโกโน

ตั๋วเรือไปกลับ 440 เยน

เรือข้ามเกาะ
รอบเกาะมีความยาวเพียง 12 ก.ม. เท่านั้น เดินไปด้านซ้ายก็จะเห็นวิวชายฝั่งอิโต้ชิม่า ด้านขวาเป็นที่ตั้งของ สวน Nokonoshima Island Park ค่าเข้าราคา 1,000 เยน สวนนี้โด่งดังเรื่องทุ่งดอกไม้ประจำฤดู ปลายเดือนกุมภาถึงกลางเดือนเมษาเป็นคิวของดอก rapeseed หรือที่เรียกเป็นภาษาญ๊่ปุ่นว่า 菜の花 ตอนที่เราไปเป็นปลายเดือนเมษาแล้วดอกไม้เลยเหลือน้อยกว่าที่คาดไว้ แต่ก็ยังเป็นทุ่งสีเหลืองกว้างๆให้ไปเดินเล่นเก็บบรรยากาศธรรมชาติ ใครมาฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้เห็นทุ่งดอกคอสมอส แต่จริงๆแล้วเค้าก็มีดอกไม้ให้เข้าไปเดินเล่นดูได้ทุกฤดู



ขึ้นเกาะมาก็นั่งรถเมล์มุ่งหน้าไป Island Park

วิวระหว่างทาง มีสวนผัก

เห็นทะเลแสนงาม

จ่ายตั๋วพันเยนเข้า Island Park แล้วก็จะเห็นสีสันดอกไม้สวยงามทันที

ดอกไม้สู้แดด

สีสันสวยงาม

สวนดอกไม้จัดไว้สวยงาม

เต็มทางเดิน

อากาศสดใส

พุ่มนี้แย่งกันบาน

ของเล่นสมัยเด็กให้เช่า ร้อยเยนเล่นได้สามสิบนาที

โทรศัพท์โบราณ

ร้านอุด้ง

ทุ่งดอก Rapeseed ไฮไลท์ของ Island Park

มีลานให้ปิกนิค

ในสวนยังมีมุมกระต่าย

สามารถให้อาหารได้

เยอะแยะ ยั้วเยี้ย

น่ารักสุดๆ

พอกลับมาแผ่นดินใหญ่ พระอาทิตย์ก็ตกดินพอดี
เป็นอีกวันที่ได้เต็มอิ่มกับธรรมชาติ

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More